วงจรปิดเห็น "แขกขาว" ส่อ ‘อุยกูร์’ บึ้มกรุงตาย19
วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 08:45 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 312521 คน
เป้านักเที่ยวจีน-ศาลพระพรหม ตายเจ็บเกลื่อนราชประสงค์ ระเบิดทีเอ็นทีรุนแรง-พังพินาศ กทม.สั่งปิดโรงเรียน438แห่ง
ตรวจ วงจรปิด จับภาพ "แขกขาว" ระเบิดถล่มกลางกรุงตายแล้ว 19 ศพ บาดเจ็บเกินร้อย แฉวางบึ้มทีเอ็นที แสวงเครื่องหนัก 3 กิโลฯ รัศมีทำลายล้าง 100 เมตร ซุกข้างรั้วศาลพระพรหม ตูมสนั่นหวั่นไหวขณะประชาชน นักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ฉีกร่างแหลกกระจุย หนีตายกันอลหม่าน "สมยศ" ผบ.ตร. ยันไม่ใช่คาร์บอมบ์ หรือจยย.บอมบ์ แต่เป็นการนำไปวาง มุ่งให้เกิดความสูญเสีย "บิ๊กตู่" เรียกหารือด่วนฝ่ายความมั่นคง สื่อต่างประเทศรายงานข่าวไปทั่วโลก "บิ๊กป้อม" ระบุคนร้ายมีเป้าโจมตีเป็นชาวต่างชาติ ต้องการทำลายการท่องเที่ยว-เศรษฐกิจไทย
บึ้มศาลพระพรหม-ถล่มกรุง:
เมื่อ เวลา 18.57 น. วันที่ 17 ส.ค. เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงสนั่นหวั่นไหว บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพฯ แรงระเบิดทำให้รั้วของศาลพระพรหมกระเด็นไปกว่า 10 เมตร เสาปูนขาดและแตกละเอียด โดยเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 12 ราย แรงระเบิดฉีกร่างขาดกระเด็นเป็นที่สยดสยอง และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดขอความช่วยเหลือ ขณะที่ประชาชนโดยรอบและบริเวณใกล้เคียงต่างวิ่งหนีตายกันโกลาหล
ภาย หลังเกิดเหตุ อาสาสมัครมูลนิธิเร่งนำผู้บาดเจ็บนำส่ง ร.พ.ใกล้เคียงกันอย่างอลหม่าน เสียงไซเรน เสียงหวอดังไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดงเสียหายจำนวนหนึ่งและเกิดไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบหลุมขนาดใหญ่ที่รั้วของศาลพระพรหม คาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ โดยสันนิษฐานในเบื้องต้นคาดว่าเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง
แฉทีเอ็นที-พบอีกลูกใกล้กัน:
ต่อ มาทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารระดมกำลังมายังที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าตรวจสอบหาวัตถุพยาน เพื่อหาว่าเป็นวัตถุระเบิดชนิดใด พร้อมเคลียร์พื้นที่โดยรอบ 40 เมตร พบวัตถุต้องสงสัย 4 ชิ้น คาดเบื้องต้นอาจเป็นชิ้นส่วนของวงจรระเบิด และระเบิดทีเอ็นที เจ้าหน้าที่จึงกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากที่เกิดเหตุ ทั้ง ผู้ที่อยู่บริเวณทางขึ้นและลงสกายวอล์กแยกราชประสงค์ เพื่อไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวลงมาในที่เกิดเหตุ เนื่องจากยังมีเศษกระจกและวัตถุที่แตกเสียหายกระจายอยู่จำนวนมาก รวมถึงเกรงว่าอาจมีระเบิดอีกลูกที่คนร้ายวางเอาไว้ถล่มซ้ำ และพบรถจักรยานยนต์ 3 คัน ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน
จากการ ตรวจสอบมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน เจ้าหน้าที่กระจายส่งร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ. ตำรวจ ร.พ.เลิดสิน ร.พ.ราชวิถี และร.พ.ใกล้เคียง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอีก 1 ลูก เจ้าหน้าที่ใส่ชุดป้องกัน หรือบอมบ์สูท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด และจากแรงระเบิดดังกล่าวทำให้อาคารบริเวณใกล้เคียงถูกสะเก็ดระเบิดกระจกแตก
วางข้างรั้ว-ไม่ใช่คาร์บอมบ์:
ต่อ มา พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่าที่ผบ.ตร. รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพล.ต.อ.สมยศกล่าวว่าตรวจสอบเบื้องต้นเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องทีเอ็นที ไม่ทราบน้ำหนัก ลูกหนึ่งวางไว้ข้างรั้วบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ ยืนยันไม่ใช่คาร์บอมบ์ และพบซุกซ่อนบริเวณใกล้กันอีก 1 ลูก เจ้าหน้าที่อีโอดีตัดวงจรระเบิดแล้ว แรงระเบิดทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ กระจายไปกว่า 40 เมตร เป็นการตั้งใจวางระเบิด โดยเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บประมาณ 70 ราย และสั่งการ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ให้ตั้งด่านตรวจความมั่นคงทั่วกทม.แล้ว
ผบ.ตร.กล่าว ต่อว่าขณะนี้ตำรวจและทหารทำงานร่วมกันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง โทรศัพท์มาสั่งการให้ควบคุม และเร่งคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมทั้งประเด็นการเมือง เหตุที่เกิดขึ้นสร้างความตระหนกให้แก่ประชาชน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ได้ โดยจะตั้งคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นมาดูแลคดี
พบคราบน้ำมัน-สงสัยอีก 2 ลูก:
พล.ต.อ. สมยศกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดความหวาดกลัว ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อสายตรงมาบอกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำชับให้ตำรวจร่วมกับทหารดูแลควบคุมสถานการณ์ และได้สั่งให้พล.ต.ท. ศรีวราห์ตั้งศูนย์เฉพาะกิจร่วมกับทหารเข้ามาทำงาน ส่วนระเบิดพบว่ามีลูกเดียว ยังไม่ทราบว่าเป็นชนิดไหน โดยเบื้องต้นพบว่ามีคราบน้ำมัน ต้องให้อีโอดีเข้าตรวจสอบว่าเป็นชนิดไหน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด
ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่ายังไม่ทราบสาเหตุระเบิด แต่ชัดว่าเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง นายกฯ และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง สั่งการให้คลี่คลายคดีให้ได้ ขอเวลาตำรวจทำงานก่อน พร้อมกำชับทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะสถานที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว ส่วนระเบิดที่คนร้ายนำมาวางนั้นเป็นทีเอ็นที น้ำหนัก 4 ปอนด์ รัศมี 200 เมตร จุดแรกที่วางอยู่ในรั้วศาลพระพรหม อีก 2 จุดที่คาดว่ายังมีระเบิดซุกซ่อน คือบริเวณตอม่อรถไฟฟ้า กับใต้ฐานพระพรหม แต่ตรวจแล้วไม่พบ คาดว่าคนร้ายมาดูลาดเลาก่อน
มีวัตถุต้องสงสัยในห้างเกษรฯ:
ขณะ ที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่อีโอดีได้รับแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอีก 2 ลูกภายในห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า จึงกันประชาชนออกจากจุดเกิดเหตุแล้วเพื่อเก็บกู้ ขณะที่ผู้บาดเจ็บสาหัสถูกทยอยนำส่ง ร.พ.ตำรวจแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือและรักษา ส่วนมากอาการสาหัสและเป็นชาวต่างชาติสัญชาติจีน ขณะที่ผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งนำส่งร.พ.หัวเฉียว ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ.ราชวิถี และ ร.พ.พระมงกุฎเกล้า
เจ็บเกือบร้อย-มีชาวจีนด้วย:
สำหรับ จำนวนผู้บาดเจ็บนั้น ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร หรือศูนย์เอราวัณ รายงานว่าส่งไปยัง ร.พ.จุฬาฯ 28 ราย, ร.พ.ราชวิถี 8 ราย, ร.พ.พระราม 9 จำนวน 1 ราย, ร,พ.กลาง 6 ราย, ร.พ. กล้วยน้ำไท 1 จำนวน 2 ราย, ร.พ.บำรุงราษฎร์ 1 ราย, ร.พ.รามาธิบดี 5 ราย, ร.พ.พระมงกุฎเกล้า 3 ราย, ร.พ.หัวเฉียว 12 ราย, ร.พ.เลิดสิน 8 ราย, ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน 4 ราย, ร.พ.เซนต์หลุยส์ 1 ราย และ ร.พ.มเหสักข์ 1 ราย รวมเป็น 81 ราย โดยผู้บาดเจ็บมีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวได้รับความนิยมจากชาวจีน เจ้าหน้าที่ประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวให้มาช่วยประสานด้านภาษา
พญ.สร้อย สอางค์ พิกุลสด ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่าได้รับการรประสานจากร.พ.จุฬาฯ และร.พ.ตำรวจเพื่อรอรับเลือด ยืนยันว่าศูนย์มีเลือดทุกหมู่เลือดเพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ผู้บาดเจ็บ ยังไม่ได้ประกาศขอรับบริจาคแต่อย่างใด
ทหารสั่งตรึง 10 จุดทั่วกรุง:
ขณะ เดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก บก.ควบคุม กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่เกิดเหตุระเบิดและใกล้เคียง ว่าได้รายงานพื้นที่อันตรายและให้ควบคุมพิเศษทั่วกรุงเทพฯ ภายหลังเกิดเหตุระเบิด ประกอบด้วย 1.เเยกราชประสงค์ 2.แยกปทุมวัน 3.ถนนสีลม 4.ถนนข้าวสาร 5.เเยกนราธิวาสราชนครินทร์ 6.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทั้ง 4 ฝั่ง 7.แยกตึกชัย 8.สวนเบญจสิริ 9.ซอยทองหล่อ 10.ถนนสุขุมวิท
พล.อ.อุดม เดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ. กล่าวว่าสั่งการให้ทหารจัดกำลังทำงานร่วมกับตำรวจ ที่ผ่านมาก็ไม่มีข่าวอะไรที่เป็นสิ่งบอกเหตุ ทั้งที่ติดตามข่าวมาตลอด เหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารต้องออกมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เพราะอาจมีบางจุดเป็นจุดล่อแหลมและจุดเสี่ยง ไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด การออกมาเป็นการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนด้วย
"บิ๊กตู่"หารือด่วน"บิ๊กป้อม":
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุระเบิดกลางกรุงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว และพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้ติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีประกาศหยุดเรียน หรือประกาศภาวะฉุกเฉินตามที่มีการแชร์ข้อมูลในโซเชี่ยลมีเดีย ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ อย่าตื่นตระหนกกับการพยายามสร้างสถานการณ์และข่าวลือเพื่อสร้างความสับสนใน ประเทศ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์และพื้นที่เกิดเหตุแล้ว
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ปรากฏว่าการรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดขึ้น โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบ เดินตรวจสอบโดยรอบเพื่อหาวัตถุต้องสงสัย และป้องกันเหตุร้าย
ยังไม่ชี้การเมือง-ก่อการร้าย:
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวว่าแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย แต่ยังไม่ขอฟันธงเหตุระเบิดราชประสงค์เป็นการเมืองหรือก่อการร้าย แต่ชัดเจนว่าคนร้ายเจตนาทำลายเศรษฐกิจและท่องเที่ยว เพราะเป็นใจกลางธุรกิจ ถือเป็นสิ่งที่ต้องประณามเพราะจากชนิดของระเบิดมีเจตนาทำร้ายคน มีเจตนาใช้ความรุนแรง เพราะเวลาก่อเหตุและพื้นที่ก่อเหตุพบว่าคนร้ายนำระเบิดไปวางด้านในศาลพระ พรหมเลย สั่งการให้ทหารและตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามหาตัวคนร้ายให้ได้ เพราะเป็นเหตุสะเทือนใจ เชื่อว่าจะสามารถตามหาตัวคนร้ายได้ ส่วนตนเองเกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลาในฐานะที่ดูแลความมั่นคง
กู้ได้แล้วอีก2ลูกห้างเกษรฯ:
ต่อ มาเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดยังคงเร่งตรวจสอบระเบิดอีก 2 ลูก บริเวณด้านหน้าห้างเกษรพลาซ่า พร้อมกันพื้นที่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากแยกราชประสงค์ ก่อนสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดไว้ได้ จากนั้นนำกลับไปตรวจสอบ
ขณะ ที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานต่างเร่งเก็บชิ้นส่วนระเบิดที่ตกกระจายโดยรอบ รวมถึงชิ้นส่วนมนุษย์ จากนั้นกระจายกำลังออกตรวจสอบหาวัตถุต้องสงสัยที่อาจมีเพิ่มเติม โดยมีกำลังทหารเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยและปิดถนนทุกจุด
ส่วน บรรยากาศภายในร.พ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่ต่างเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทั้งชาวไทยและต่างชาติกันอย่างอลหม่าน โดยผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและฟิลิปปินส์
ยอดตาย 16 ศพ-บาดเจ็บ 92:
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังจากเดินทางไปที่ร.พ.ราชวิถี ว่า กระทรวงสาธารณสุข มีระบบการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ และพร้อมดูแลเต็มที่ ขณะนี้เท่าที่ทราบ ที่ร.พ.ราชวิถี ได้รับผู้บาดเจ็บมา 9 ราย เป็นชาวจีน 6 ราย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากไฟไหม้ 2 ราย ซึ่งเป็นชาวจีน ซึ่งทีมแพทย์ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ และ ร.พ.จุฬาฯ 28 ราย ร.พ.ราชวิถี 8 ราย ร.พ.พระราม 9 จำนวน 1 ราย ร.พ.กลาง 6 ราย ร.พ.กล้วยน้ำไท 1 จำนวน 2 ราย ร.พ.บำรุงราษฎร์ 1 ราย ร.พ. รามาฯ 5 ราย ร.พ.พระมงกุฎเกล้า 5 ราย ร.พ.หัวเฉียว 12 ราย ร.พ.เลิดสิน 8 ราย ร.พ.วชิรพยาบาล 8 ราย ร.พ.เด็ก เป็นเด็ก 1 ราย ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน 4 ราย ร.พ.เซนต์หลุยส์ 1 ราย ร.พ.มเหสักข์ 1 ราย รวมเป็น 92 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 16 ราย
ขณะ ที่ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ออกรายงานสถานการณ์ฉบับที่ 1 จากเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ รับผู้บาดเจ็บ 25 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นผู้หญิง 1 ราย และ เด็กหญิง 1 ราย กลับบ้านได้แล้ว 2 ราย เข้ารับการผ่าตัด 3 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่โดนสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย
ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุเป็น 13 ราย และเสียชีวิตที่รพ.อีก 6 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 123 ราย
รับมีผลกระทบท่องเที่ยว:
ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ระเบิด จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากข้อมูลที่ฝ่ายความมั่นคงรายงาน และในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ช่วงบ่ายหลังการประชุมครม. จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งภาค รัฐและเอกชนถึงผลกระทบ
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่ายอมรับว่าเหตุการณ์ระเบิดจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยว ของไทย แต่เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องเร่งแก้ปัญหา และจัดการสถานการณ์ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด รู้สึกเป็นห่วงเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้มาก นั่นเพราะเกิดขึ้นในย่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจ และเศรษฐกิจสำคัญที่มีทั้งการค้าขายและการท่องเที่ยว เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าเป็นห่วง และส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของไทยมากอยู่แล้ว ยิ่งเกิดในย่านธุรกิจสำคัญ นั่นอาจทำให้คนมองว่าคนร้ายจะวางระเบิดย่านเศรษฐกิจ กลางเมืองที่ไหน เวลาใดก็ได้ เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่ต้องเร่งแก้ปัญหา
สื่อจีนเผยแพร่ข่าวทั่วปท.
นาย ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ที่ปรึกษาสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุระเบิด สื่อมวลชนในจีนได้เผยแพร่ข่าวออกไปทั่วประเทศทันที ทำให้มีการสอบถามและพูดคุยในกลุ่มเอเยนต์ที่เป็นคู่ค้าทันที แต่ไม่ห่วงกรุ๊ปทัวร์จากจีนมากนัก เนื่องจากย่านเกิดเหตุไม่ใช่จุดหมายท่องเที่ยวหลัก แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือกลุ่มนักท่องเที่ยวฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็น กลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพระดับไฮเอนด์ เนื่องจากย่านดังกล่าวเป็นแหล่งรวมโรงแรมระดับ 5 ดาว เมื่อเกิดเหตุการณ์จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวแน่นอน ขณะนี้ทัวร์จีนยังไม่ได้ตระหนกถึงขั้นยกเลิก แต่มีการสอบถามจากผู้ประกอบการเข้ามาบ้าง หลังจากนี้ โปรแกรมทัวร์ไหว้พระพรหมเอราวัณ อาจต้องงดหรือเลี่ยง และไปเที่ยวที่อื่นแทน
ประกาศปิด 50 เขตร.ร.กรุง:
นาย จรูญ มีธนาถาวร ผอ.สำนักการศึกษา ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการเขต 50 เขตแจ้งปิดการเรียนการสอนโรงเรียนในสังกัดกทม. จำนวน 438 แห่งในวันพรุ่งนี้ เป็นเวลา 1 วัน เพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน
มหา วิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ประกาศว่าโรงเรียนประกาศหยุดเรียน 1 วัน ในวันอังคารที่ 18 ส.ค.หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบผ่านระบบ SMS และเว็บไซต์
ส่วนร.ร.มา แตร์เดอีฯ ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ ทางผู้บริหารโรงเรียนยังประเมินสถานการณ์อยู่ หากสรุปได้ว่าไม่ปลอดภัยจะแจ้งให้ผู้ปกครองและนักเรียนหยุดเรียนผ่านเอสเอ็ม เอส แต่หากสถานการณ์คลี่คลายทางโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนตามปกติ โดยอนุญาตให้นักเรียนที่ต้องการหยุดเรียน สามารถหยุดเรียนในวันที่ 18 ส.ค.นี้ได้เพื่อความสบายใจ
ด้านร.ร.วัฒนาวิทยาลัย ประกาศหยุดการเรียนการสอนในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา 1 วัน ส่วนนักเรียนระดับมัธยมที่อยู่ประจำในโรงเรียน ให้เรียนตามปกติ
ขณะที่ร.ร.เตรียมอุดมฯ ประกาศผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนให้นักเรียนหยุดเรียนในวันที่ 18 ส.ค. เป็นเวลา 1 วัน
ระเบิดหนัก 3 ก.ก.รัศมี 100 ม.
เวลา 21.45 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ ผบ.ตร. แถลงว่ามีผู้เสียชีวิต 16 ราย มีผู้บาดเจ็บประมาณ 80 ราย เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำที่คนร้ายประสงค์แก่ชีวิต เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนจำนวนมาสัญจรไปมาที่บริเวณดังกล่าว พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับมากว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกับทหารเข้าไปดูแลเหตุการณ์ให้เรียบร้อย ทั้งนี้ ขอประณามคนร้ายที่ก่อเหตุว่าโหดร้ายอำมหิตที่ได้กระทำกับผู้บริสุทธิ์ที่มา สักการะศาลพระพรหมจนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
พล.ต.อ.สม ยศกล่าวต่อว่า ต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวน ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบสถานที่ให้ละเอียดเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่าจะมีการปิดการจราจรจากแยกประตูน้ำไปถึงแยกราช ดำริ และถ.พระรามที่ 1 ตั้งแต่แยกเพลินจิตไปถึงแยกเฉลิมเผ่า ไปจนเวลา 12.00 น.ของวันที่ 18 ส.ค. เบื้องต้นระเบิดที่เกิดระเบิดขึ้นมีลูกเดียว เป็นระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 3 กิโลกรัม รัศมีทำลายล้าง 100 เมตร ใช้ท่อพีวีซีห่อผ้าสีขาวเป็นส่วนประกอบ แต่ยังไม่ทราบชนิดของดินระเบิด
"บิ๊กตู่"กำชับล่ามือวางถล่ม:
ผบ.ตร.กล่าว ต่อว่า คนร้ายนำมาวาง ไม่ใช่คาร์บอมบ์ หรือจักรยานยนต์บอมบ์ ส่วนวัตถุต้องสงสัยที่พบ 2 จุด ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่ระเบิดแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ มาก่อนหน้านี้ขอไม่ระบุ และยังระบุไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่ห้างสยามพารากอน
"เจ้า หน้าที่ไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ยังให้ความสำคัญกับทุกประเด็น โดยทางแม่ทัพภาคที่ 1 ก็มาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย และได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารได้ตั้งด่านความมั่นคงแล้ว แต่ยังไม่ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยท่านนายกรัฐมนตรีกำชับให้ผมหาตัวคนร้ายมาสอบสวนขยายผลดำเนินคดีให้ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะต้องภายในกี่วัน และยังได้แสดงความเสียใจต่อเหยื่อผู้สูญเสียทุกราย" พล.ต.อ.สมยศกล่าว
"ยิ่งลักษณ์"โพสต์เสียใจ:
ขณะ เดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ และขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิด ถือเป็นการกระทำไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง และสร้างความเสียหายต่อชีวิต รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนอย่างมหาศาล นอกจากความสูญเสียที่เกิดกับผู้บริสุทธิ์แล้ว ผลของการกระทำนี้ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจของ ประเทศไทยโดยรวมอีกด้วย ขอให้ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อกอบกู้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาผู้กระทำความ ผิดมาลงโทษโดยเร็ว
เพจเฟซบุ๊กของพรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความระบุว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บ ขอประณามผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อคลี่คลายเหตุการณ์
สื่อต่างประเทศตีข่าวทั่วโลก:
ค่ำ เดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอเอฟพี เอพี บีบีซี และซีเอ็นเอ็นต่างนำเสนอข่าวเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยนายโจนาธาน ฮีด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศไทย ระบุว่าสถานการณ์โดยรอบจุดเกิดเหตุเต็มไปด้วยความโกลาหล ซากชิ้นส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงศพนอนเกลื่อนถนน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และมากกว่า 20 คนได้รับบาดเจ็บ โดยทางการไทยแถลงในเบื้องต้นเพียงว่าเป็นเหตุระเบิด แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นวัตถุระเบิดประเภทใด รวมถึงเป็นอุบัติเหตุหรือการก่อการร้าย
ขณะเดียวกันสำนัก ข่าวเอพีระบุว่า แยกราชประสงค์เป็นหนึ่งในสถานที่รวมตัวประท้วงจากความเห็นต่างทางการเมือง ของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ จากกรณีประท้วงการขับไล่รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปีก่อน กลับเข้าสู่ความสงบหลังจากรัฐบาลทหารก่อการรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อเดือน พ.ค.ในปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สังคมไทยเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งภายหลังรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้งจนถึงปี 2560 ทั้งนี้ เหตุการณ์ระเบิดรถยนต์ไม่เคยเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ แต่เป็นกรณีก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ภาคใต้ของไทย
"บิ๊กป้อม"ชี้เป้าหมายคนต่างชาติ:
ด้าน เอเอฟพีระบุอีกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวว่าบุคคลที่ก่อเหตุมีเป้าโจมตีเป็นชาวต่างชาติ รวมถึงต้องการทำลายการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศไทย ขณะที่ไทมส์ออฟอินเดียรายงานว่า กระทรวงกิจการนอกประเทศแถลงให้พลเรือนของตนเองติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต อินเดียประจำกรุงเทพฯ หากต้องการความช่วยเหลือ เนื่องจากมีชาวอินเดียจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนสำนักข่าวซินหัวของจีนระบุว่า จากกรณีที่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตชาวจีนนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถชี้ชัดได้ เพราะต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียด
วงจรปิดแฉฝีมือ"แขกขาว":
ขณะ ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ล่าสุดผบ.ตร.สั่งการให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารในการตั้งด่านตรวจเข้ม รอบพื้นที่ กทม. เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึง 12.00 น. เจ้าหน้าที่จะปิดถนนรอบพระพรหม จุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บรายละเอียดและหลักฐานอื่น ยืนยันการก่อเหตุในครั้งนี้มีระเบิดเพียงลูกเดียว ส่วนที่มีข่าว 2-3 ลูกนั้นเป็นการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่
รายงาน ข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบกล้องจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพบุคคลต้องสงสัยเป็นลักษณะแขกขาว จึงคาดว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นก่อการร้ายข้ามชาติ เนื่องจากหากเป็นการสร้างสถานการณ์การเมืองปกติจะไม่มุ่งหวังให้มีผู้เสีย ชีวิต แต่เหตุการณ์นี้หวังสร้างสถานการณ์และมุ่งหวังต่อชีวิต โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเที่ยวบริเวณจุดเกิดเหตุ
รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า วงจรปิดที่จับภาพแขกขาวได้ขณะกำลังนั่งรถตุ๊กตุ๊กมาบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อเจอตำรวจแขกขาวคนดังกล่าวสั่งให้คนขับรถตุ๊กตุ๊กวนรถกลับ ก่อนรถตุ๊กตุ๊กจะวนรถมาส่งบริเวณหน้าโรงแรม แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ จากนั้นเดินถือถุงพลาสติกมาที่ศาลพระพรหมแล้วแขวนไว้บริเวณริมรั้ว ก่อนเดินหลบหนีไป
สนามบินยกระดับรปภ.
นาย นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า มีการประกาศยกระดับการรักษาความปลอดภัย ทสภ. (สนามบินสุวรรณภูมิ) โดยทสภ.มีระดับการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด 4 ระดับปัจจุบันอยู่ในระดับที่ 3 (แบบบางส่วนงาน) แต่ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 19.30 น. ทสภ.ได้เพิ่มระดับความปลอดภัยเป็นระดับ 3 แบบเต็มรูปแบบ กล่าวคือเพิ่มวงรอบการตรวจของทุกส่วนงานการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ได้แก่การตระเวรระงับเหตุ, การรักษาการณ์, การจราจร, การตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสารและสัมภาระบรรทุก, การลาดตระเวนสุ่มตรวจของหน่วยทำลายวัตถุระเบิด รวมทั้งการออกบัตรอนุญาตบุคคลและยานพาหนะ
นายนิตินัยกล่าว ว่า ขณะนี้ทสภ.จะยกเลิกการออกบัตรอำนวยความสะดวก (อน.) ทุกประเภท และประสานความร่วมมือกับสภ.ทสภ., กองพัน ป.21 รักษาพระองค์ฯ ตั่งด่านตรวจในจุดล่อแหลม และจัดชุดตรวจผสมออกตรวจในวงรอบที่ถี่มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มวงรอบการตรวจของสุนัขตำรวจ บริเวณอาคารจอดรถยนต์และจุดให้บริการแท็กซี่สาธารณะ สำหรับเรื่องการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ทสภ.จะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน กรุงเทพ (AOC) เพื่อส่งข่าวให้สมาชิกทราบในรายละเอียดต่างๆ ต่อไป