7สถานที่ มรดกโลกโดยยูเนสโก้ ที่สวยที่สุดในโลก
หลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในไทย และต่างประเทศที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ละสถานที่ล้วนมีเรื่องราว
ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และความงดงามทางศิลปะ ที่แฝงถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ความเป็นมาของแต่ละพื้นที่ค่ะ
วันนี้เราจะพามาดู 7 สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาดูกันว่า เคยไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง ?
1. นครวัด (Angkor) ประเทศกัมพูชา
นครวัด เป็นศาสนสถานสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียว
ที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา หลายคนทั่วโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดี ที่นี่อยู่ห่างจากเมือง
เสียมราฐเพียง 20 นาทีเท่านั้น นักท่องเที่ยวจะแห่กันไปเพื่อชมสถาปัตยกรรมขอมโบราณนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์
เพราะเป็นช่วงที่มีอากาศดี อุณหภูมิจะอยู่ที่ 25-30 องศาเท่านั้น จะช่วงอื่นจะร้อนมากจนแทบตัวละลาย
2. อะโครโพลิส (Acropolis) ประเทศกรีซ
อะโครโพลิส คือ ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาสูง ซึ่งมีอยู่หลายจุดในประเทศกรีซ อะโครโพลิสที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์
ซึ่งมีวิหารสามแห่ง คือ วิหารพาร์เทนอน (Parthenon) วิหารอิเรกเทียม (Erechtheum) และมีโรงละครอีกสองแห่งคือ โรงละครเฮโรเดส อัตติกัส
(Theatre of Atticus) และโรงละครไดอะไนซัส (Theatre of Dionysus) และยังถือได้ว่า เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของโลกเลย
ก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ยังมีสิ่งก่อสร้างซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรือง และความรู้ความสามารถของคนในยุคก่อน ความท้าทายในการ
เที่ยวชมที่นี่เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนถวิลหา เพราะจะต้องเลาะไปตามทางเดินที่อยู่ตรงแนวเนินเขาที่ทั้งสูง และชัน
3. พุกาม (Bagan) ประเทศเมียนมาร์
พุกาม เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์เมียนมาร์ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์
เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ที่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาจนได้ชื่อว่า
เป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรือง
เคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์เท่านั้น
แต่ก็ยังถือว่าเป็นศาสนสถานที่อลังการอยู่ดี เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวสิกอง
สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอก
ถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศเมียนมาร์
4. หมู่เกาะกาลาปาโกส (Galápagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์
หมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะนี้เกิดจากการสะสมตัวของลาวา
จากภูเขาไฟ เมื่อ 7-9 ล้านปีมาแล้วและยังมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ เกาะแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์กว่า 9,000 สปีชี่ส์ ซึ่ง 75% ของสัตว์ทั้งหมดนี้สามารถพบได้ที่นี่ที่เดียวในโลกทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะนี้ค่อนข้างเข้มงวด นักท่องเที่ยวที่จะไปที่นี่จึงควรต้องมีจิตสำนึกมากๆ ในการเดินทางและท่องเที่ยว
5. อุทยานแห่งชาติเกอเรเม, คัปปาโดเกีย (Göreme National Park and the Rock Sites of Cappadocia) ประเทศตุรกี
เกอเรเม และหินทรงประหลาดในบริเวณคัปปาโดเกีย ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศตุรกี เป็นพื้นที่พิเศษเกิดจาก
การระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว ด้วยลักษณะที่มี
รูพรุนเข้าไปในภูเขาทำให้มีคนหัวใสย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานเป็นบ้านถ้ำมาหลายศตวรรษ และที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตในตุรกีเรื่อยมา
6. เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef) ประเทศออสเตรเลีย
เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ เป็นแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร
อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย หรือตอนใต้ของทะเลคอรัล มีสิ่งชีวิต
มากมาย ทั้งปะการังชนิดอ่อน และชนิดแข็ง สีสวยกว่า 350 ชนิด ตลอดจนปลา และสิ่งมีชีวิตในทะเล
ที่ต่างๆ อีกกว่า 1,500 ชนิด
7. ฮัมปิ (Hampi) ประเทศอินเดีย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อพูดถึงอินเดีย ใครๆ จะต้องนึกถึง ทัชมาฮาล ที่มีชื่อเสียงที่สุดมรดกโลก
แต่นักท่องเที่ยวไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้จัก ฮัมปิ เมืองที่เคยเป็นอาณาเขตของอาณาจักรวิจายานะกา
หรือ วิชัยนคร และยังเป็นเมืองหลวงสุดท้ายของอาณาจักรฮินดู แน่นอนว่าที่นี่เต็มไปด้วยวัด
และพระราชวังวังที่สร้างด้วยศิลปะแบบดราวิเดียน